28 September 2007
แต่งแบบนี้ เซ็กซี่เกินไป
Posted by
surasit_joe
at
14:39
0
comments
11 September 2007
แก๊สโซฮอล์ หรือ ซับไพร์ม โทษใครดีล่ะ
แม่ : พ่อ...ลูกเราทำไมสอบตกล่ะ :(
พ่อ : เพราะเติมแก๊สโซฮอล์... 555
นักเล่นหุ้น : ทำไมหุ้นตกมากอย่างนี้ ผมติดดอยแล้วนะ :(
นักวิชาการ : เพราะซับไพร์มไงครับ (อย่าไปโทษแก๊สโซฮอล์นะตัวเอง :)
คำว่า ซับไพร์ม ดูจะเป็นคำฮิตมากๆในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งท่านผู้อ่านจะได้เห็นคำๆนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์รายวันหน้าเศรษฐกิจ นิตยสารด้านธุรกิจ และสื่อต่างๆ ทั้งนี้ดูเหมือนว่าปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย ก็มีเจ้าซับไพร์มนี่แหละเป็นต้นเหตุ ไอ้ผมก็เลยสงสัยว่า เจ้าซับไพร์มนี่มันหน้าตาอย่างไร ถึงได้ร้ายกับเศรษฐกิจไทยนัก
จากการค้นคว้าเพื่อหาคำตอบของคำถามที่มันตามรบกวนจิตใจให้เราคิดว่าทำไมเพราะอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรเท่าไหร่...ฮ้า ในที่สุดผมก็หาคำตอบของคำถามที่มันตาม(เอาละพอๆ) สรุปแล้วคำว่า ซับไพร์ม ก็คือ หนี้สินที่ปล่อยกู้ให้กับผู้กู้ที่มีปัญหาด้านเครดิต เรียกเต็มๆเป็นภาษาอังกฤษว่า subprime lending
คำว่า subprime แปลตรงตัวว่า ต่ำกว่าระดับที่ดี ผู้กู้หนี้ประเภท subprime เลยต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าผู้กู้ทั่วไป เพราะสถาบันการเงินถือว่าเป็นหนี้สินที่มีความเสี่ยงสูง หนี้ซับไพร์มอาจเป็นการปล่อยกู้เพื่อซื้อรถ(subprime car loans) การจำนองอสังหาริมทรัพย์(subprime mortgages) และหนี้บัตรเครดิต(subprime credit cards) ซึ่งผู้กู้ล้วนแต่ต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าระดับทั่วไป
ปัญหาซับไพร์มที่พูดกันอยู่ในทุกวันนี้ เป็นปัญหาหนี้เสียจากการจำนองอสังหาริมทรัพย์ หรือ subprime morgages ที่มีมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 15 ของมูลค่าสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา ในช่วงปลายปี 2006 บริษัท New century financial corp. ผู้ปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย เช่นเดียวกับบริษัทที่ปล่อยกู้ซับไพร์มอีก 24 บริษัท แต่ ณ ขณะนั้นปัญหาซับไพร์มยังไม่สร้างปัญหาให้กับตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกเหมือนเช่นทุกวันนี้ เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าปัญหาซับไพร์มยังจำกัดอยู่แค่ในสหรัฐฯ
รายละเอียดเพิ่มเติม : ท่านผู้อ่านสามารถ search google หาคำว่า subprime
หรือเข้าไปที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Subprime_lending
Posted by
surasit_joe
at
12:04
1 comments
10 September 2007
Soap opera
ละครหลังข่าว ละครน้ำเน่า หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า soap opera อันมีชื่อตามประเภทสินค้าที่เป็นสปอนเซอร์สนับสนุนรายการ ได้แก่ Procter and Gamble, Colgate-Palmolive และ Pepsodent ซึ่งถ้าเราแปลอังกฤษเป็นไทย soap opera ก็คือ ละครขายสบู่ นั่นเองครับ เมื่อฝรั่งเขาเรียกละครขายสบู่ แต่คนไทยเรียกละครน้ำเน่า ฟังดูแล้วก็รู้สึกว่าคนไทยมองไม่เห็นค่าของละครประเภทเลย
ท่านผู้อ่านเคยดู ได้ดู หรือชอบดู ละครน้ำเน่าไหมครับ ผมเดาคำตอบท่านไม่ถูกจริงๆ เพราะผมเคยคิดว่าคนที่ชอบดูก็คงจะมีแต่พวกแม่บ้าน แม้ค้า อายุคราวป้าผมเท่านั้นแหละที่จะดู แต่หุหุ มันไม่ใช่เฉพาะสาววัยป้าเท่านั้นหรอกที่ดู หนุ่มหล่อ วัยทำงาน การศึกษาสูง ที่ชอบดูก็มีนะคับ.. ก็ผมเองแหละ อิอิ
โด่ ไม่เห็นมันจะน้ำเน่าที่ไหนเรยย สนุกจะตาย (ผมแอบสบถในใจ) เจอน้องนุ่น น้องอั้ม น้องขวัญ แพนเค้ก เข้าไปเงี้ย น้ำหวานชัดๆ (ขออภัยช่อง 3 ด้วยคับ พอดีผมดูแต่ช่อง 7 อ่ะ)
เอาเป็นว่า เราเว้นเรื่องน้องๆเหล่านี้ไว้(ในใจผม:)ก่อนแล้วกัน คือละครพวกนี้มันน้ำเน่าตรงที่ความเว่อร์และความโง่ แค่นั้นเอ้ง!
ความเว่อร์ของเนื้อเรื่อง : ประเภทฝาแฝดเทพกับอสูร แฝดนางฟ้ากับนางโจร ที่หน้าเหมือนกันเดะ(ก็มันใช้คนเดียวกันเล่นนี่) หรือประเภทผู้ดีตกยาก สายเลือดทายาทที่สาปสูญ หรือประเภทพระเอกนางเอกมันทะเลาะกันได้ทั้งเรื่อง สุดท้ายรักกันเฉยเลย เป็นต้น
ความเว่อร์ของฐานะ : ประเภทบ้านอยู่คฤหาสถ์ ราวกับปราสาทราชวัง แต่ไม่รู้ว่ารวยเพราะอะไร(ถ้าบอกก็จะได้ไปทำมั่ง)
ความเว่อร์ของตัวอิจฉา : ทั้งกรีดร้อง ตบตี แต่งตัว เธอทำได้เว่อร์ไปหมด สุดสุด
ความโง่ : อันนี้ส่วนใหญ่พระเอกจะโง่ คือแบบว่า โค-ตรโง่ เลยอ่ะ ไม่งั้นนางเอกก็โง่ หรือไม่ก็ต้องมีใครซักคนโง่แหละน่า เชื่อเหอะ
แต่ผมก็อยากจะบอกท่านผู้อ่านที่ไม่เคยชม ไม่อยากชม หรือไม่ชอบชมละครพวกนี้ว่า มันก็คือความบันเทิงรูปแบบหนึ่ง เป็นความบันเทิงราคาถูกที่ประชาชนไม่ว่าจะรวยหรือจน สามารถเข้าถึงได้ไม่ต่างกัน หน่วยงานภาครัฐมักจะมองแค่ฉาบฉวย แล้วสรุปว่ามันเป็นสิ่งไม่ดีสำหรับสังคม แต่ทำไมไม่มาถามคนที่ชอบดูละครพวกนี้บ้างละครับ มาถามผมก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องนางเอกละผมรู้หมด(ซีเรียสนะเนี่ย!)
ท่านลองดูตั้งแต่ต้นจนจบสิครับ มีเรื่องไหนบ้างที่นางอิจฉาชนะนางเอก ผู้ร้ายได้ดี ความชั่วชนะความดี ไม่มีหรอกครับ ไม่มีซักเรื่อง!!
ละครเหล่านี้เป็นความบันเทิงที่ไม่แบ่งแยกฐานะ ชนชั้น และเข้าถึงบ้านเรือนทุกหลังในประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นความเสมอภาคทางด้านบันเทิง และทุกเรื่องเมื่อจบแล้ว ความดีจะชนะความชั่วเสมอ ไม่เชื่อลองดูซักเรื่องสิครับ
Posted by
surasit_joe
at
17:09
0
comments

