สวัสดีครับท่านผู้อ่านบล็อก Sujoe กลับมาพบ(อ่าน) กันอีกครั้งหนึ่งนะครับ หลังจากที่ผมไม่ได้เขียนมานาน
วันนี้ขอพูดเรื่องการเมืองสักหน่อย เอ่อ.. ได้ยินเรื่องการเมืองแล้วก็อย่าพึ่งเบื่อนะครับ เพราะการเมืองเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเจริญและความล่มจมของชาติ เราทุกคนในฐานะที่เป็นคนไทยคงไม่มีใครอยากให้บ้านเมืองเราแย่ไปกว่านี้ การติดตามข่าวสารการเมืองเพื่อให้สามารถใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยได้อย่างถูกต้อง ควรที่จะเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน จริงไหมครับ
ตอนนี้ดูเหมือนบ้านเมืองจะแบ่งเป็นสี เริ่มจากสีเหลือง ต่อมาก็มีสีแดง รวมทั้งสีขาวด้วย ล่าสุดบอกว่าจะมีสีเขียวอีก สงสัยจะกลายเป็นไฟจราจรไปแล้ว (ฮา) ถ้าอย่างนั้นผมขอให้มีสีเขียวเยอะๆ แล้วกัน ก็แหมตอนรถติดนี่ผมละเบื่อสีแดงจริงๆ อยากให้มีแต่สีเขียว สีเขียว แต่สีเขียวในทางการเมืองเขาหมายถึง สสร.3 น่ะสิฮะ
การเมืองตอนนี้กำลังแรงแต่ก็มีคนมองโลกในแง่ดีว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นยังน้อยกว่าสมัย 14 , 6 ต.ค. และ สมัยพฤษภาทมิฬ ผมเองมีโอกาสได้สัมผัสกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ(แบบเฉียดๆ) คือไม่ได้ไปเดินขบวนกับเขาหรอก แต่ก็เดินทางผ่านถนนราชดำเนินบ่อยๆ ในช่วงนั้นเห็นตำรวจที่ป้อมยามจ้องผู้ชุมนุมที่ขึ้นรถปิ๊กอัพตระเวนผ่านไปมาด้วยสีหน้าแววตาที่เกลียดชังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทั้งๆ ที่ผู้ชุมนุมในช่วงนั้นไม่ได้มีการไปยั่วยุหรือกระทำการท้าทายใดๆ ต่อตำรวจ ซึ่งต่างจากในสมัยนี้ที่การชุมนุมของพันธมิตรได้ใช้วิธีการต่างๆ กดดันทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร และรัฐบาลอย่างหนัก ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน...
แต่ผลของการชุมนุมที่ผู้เข้าชุมนุมได้รับนั้น ในสมัยพฤษภาทมิฬมีคนเสียชีวิตและสูญหายจำนวนหลายร้อยคน เช่นเดียวกับสมัย 14 และ 6 ต.ล. ที่มีทั้งผู้เสียชีวิตและหนีเข้าป่า ซึ่งความรุนแรงของเหตุการณ์ในตอนนี้ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอดีต ซึ่งผมเชื่อว่าทุกฝ่ายจะสามารถรักษาสภาพการณ์ไว้ไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายรัฐบาลที่ย่อมตระหนักดีว่า การใช้ความรุนแรงจัดการกับผู้ชุมนุมไม่ใช่เป็นทางออก แต่กลับสร้างปัญหาให้มากขึ้นอย่างชัดเจน
ผมเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิที่จะมีความคิดทางการเมืองในแบบที่ตนชอบ เช่นเดียวกับการนับถือศาสนา หรือการเป็นแฟนบอลทีมใดทีมหนึ่ง ดังนั้นใครจะเป็นฝ่ายพันธมิตร (สีเหลือง) ใครจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือคุณทักษิณ (สีแดง) ก็ไม่มีใครผิดหรอกครับเป็นสิทธิของคนๆ นั้น แล้วก็อย่าได้ไปพยายามเปลี่ยนความคิดของอีกฝ่าย ให้มามีความคิดแบบเดียวกับฝ่ายตนเลย มันไม่มีทางเป็นไปได้!
"การเมืองมีทางออกเสมอ" ผมเห็นด้วยกับคำพูดของนักการเมืองอาวุโสท่านหนึ่ง การเมืองเป็นเรื่องของการแสวงหาอำนาจ และการใช้อำนาจ อำนาจได้มาไม่ใช่ด้วยการยึดพื้นที่ แต่เป็นการยึดครองใจคน ไม่ใช่ซื้อด้วยเงิน แต่ซื้อใจคนด้วยผลงาน ใครแสวงหาอำนาจอย่างไม่ชอบธรรม และ/หรือ ใครที่มีอำนาจแล้วใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน เขาผู้นั้นจะต้องได้รับผลร้ายอย่างแสนสาหัส ไม่ในปัจจุบันก็อนาคตอันใกล้ (นี่ไม่ได้แช่งนะ ตามดูกันต่อไปแล้วกัน)
23 October 2008
อยู่สีเหลือง สีแดง หรือสีเขียว?
Posted by
surasit_joe
at
22:52
0
comments
12 February 2008
ฮวงจุ้ย 1 ล้าน
ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่า ค่าดูฮวงจุ้ยของซินแสระดับโลก เขาคิดค่าบริการวันละเท่าไหร่?
ไม่ผิดหรอกครับ ราคาก็ตามชื่อบทความนี้แหละ... 1 ล้านบาท ครับ!
นี่เป็นราคาต่อหนึ่งวันเท่านั้นนะ สงสัยก่อนที่ลูกค้าจะร่ำรวยเพราะฮวงจุ้ย ซินแสจะรวยจากฮวงจุ้ยก่อน
ผมเคยนั่งรถผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง ที่สะดุดตาเพราะร้านนี้ชื่อไม่เหมือนใคร ชื่อร้านคือ "ร้านนี้ทานแล้วรวย"
ผมคิดว่า ชื่อก็เป็นมงคลดีนะ แต่ไอ้ที่ทานแล้วรวยน่ะ ลูกค้ารวยหรือเจ้าของร้านรวยอ่ะ
ความเชื่อเรื่องใดๆ ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ใครใคร่เชื่อ เชื่อ ใครไม่ใคร่เชื่อ ก็ไม่ต้องเชื่อ... แต่อย่าลบหลู่นะ (สุดท้ายคงไม่พ้นต้องเชื่อสักหน่อย:) สังคมไทยก็แบบนี้แหละครับ จตุคามมา เราก็เชื่อ ฮวงจุ้ยฮิต เราก็เอา แล้วต่อไปจะเป็นอะไรอีกล่ะ ที่จะดังในปี 2008 (ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่เชื่อเถอะว่าต้องมีแน่ๆ)
ผมอยากให้สื่อสารมวลชนต่างๆ อย่าไปส่งเสริมสิ่งเหล่านี้ให้มากนัก การที่ท่านนำความเชื่อต่างๆ ที่เป็นเรื่องของการหวังพึ่งสิ่งศักสิทธิ์ พึ่งพลังอำนาจจากภายนอก(ที่มีจริงหรือปล่าวก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้) มานำเสนอ แต่ไม่ใคร่จะพูดถึงการพึ่งตนเองตามหลักพระพุทธศาสนา อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนั้น ควรนำมาพูดบ่อยๆ จะดีกว่า
ความเชื่อต่างๆนั้นล้วนมีที่มา คนที่ศึกษาเรียนรู้ถึงแก่นด้วยปัญญา จึงจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่หลงงมงาย
อย่างเรื่ององค์จตุคาม ถ้าเราศึกษาและเรียนรู้ว่าท่านเป็นเทพที่รักษาพระบรมสารีริกธาตุอยู่ เมื่อเราบูชาท่าน ทำให้เราระลึกถึงคุณความดีของท่าน และยึดถือเป็นแบบอย่าง เมื่อนั้นเราก็จะประสบแต่สิ่งที่ดี แต่ไม่ใช่บูชาท่านแล้วคิดแต่ว่า จะรวยไม่มีเหตุผล รวยทั้งโคตร นี่คือความหลงงมงาย
ฮวงจุ้ยก็เช่นกัน ฮวงจุ้ย แปลว่า ลม-น้ำ นั่นคือการสร้างบ้านแปลงเมือง ต้องดูทิศทางลม ตำแหน่งน้ำ บ้านหรือเมืองจะอุดมสมบูรณ์ อากาศต้องถ่ายเทดี น้ำท่าต้องอุดมสมบูรณ์ นี่คือหลักการพื้นฐาน ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณในประเทศจีน
แต่ปัจจุบันฮวงจุ้ยมีเรื่องโหราศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องมาก ประหนึ่งว่า ปรับแต่งโน่น ย้ายตำแหน่งนี่ หันทิศไปทางโน้น ตามธาตุ ตามปี แล้วชีวีจะรุ่งเรื่อง ร่ำรวย แข็งแรง... ความเชื่อแบบนี้ใครจะลองทำดูก็ไม่ว่ากันนะครับ ถ้าเห็นผลแล้วบอกกันด้วย
แต่อย่างไรผมก็เชื่อในสิ่งที่คนเราทำมากกว่า นักแสดงและนางแบบสาวสวยท่านหนึ่ง เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยมาก (จะเห็นรูปเธออยู่บนปกหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คฮวงจุ้ย) เธอให้สัมภาษณ์ว่า การปฏิบัติตามหลักฮวงจุ้ยส่งผลให้เธอประสบความสำเร็จในความรัก ซึ่งก็เป็นเรื่องฮือฮาที่เธอมีความเชื่อแบบนี้ โดยตอนนั้นเธอกำลังคบอยู่กับนักแสดงหนุ่มหล่ออย่างหวานชื่น แต่หลังจากนั้นไม่ถึงปี เธอก็ถูกนักแสดงคนนี้ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
ซินแสระดับโลกค่าตัววันละ 1 ล้าน ได้ไปปรับตำแหน่งปืนใหญ่ที่กระทรวงกลาโหม ในตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่ฮือฮามาก นัยว่าจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาภาคใต้ รวมทั้งยังได้ไปปรับฮวงจุ้ยทำเนียบรัฐบาล ในสมัยพล.อ สุรยุทธ์ ด้วย... ส่วนผลที่ได้เป็นอย่างไร ขอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาเองนะครับ
Posted by
surasit_joe
at
10:29
0
comments
07 January 2008
Word of the Year.
American Dialect Society เป็นสมาคมที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้ภาษาในประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 1889 และดำเนินกิจกรรมมาเป็นระยะเวลา 118 ปี จนถึงปัจจุบัน โดยในแต่ละปีทางสมาคมฯจะคัดเลือกคำหรือวลีที่โดดเด่นที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อประกาศให้เป็น "คำแห่งปี" (word of the year) ซึ่งเปรียบได้กับการประกาศตำแหน่ง "บุคคลแห่งปี" (person of the year) ของนิตยสาร Time เลยทีเดียว
และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ American Dialect Society ก็ได้มอบตำแหน่ง word of the year ให้กับคำว่า... "subprime"
ความหมายของคำว่า subprime คิดว่าท่านผู้อ่านหลายๆท่านคงจะทราบดีอยู่แล้ว แต่หากท่านใดที่ยังไม่ทราบก็สามารถอ่านได้จาก บทความ ที่ผมเคยเขียนไว้ครับ
นอกจากคำว่า subprime ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น word of the year แล้ว ยังมีคำอื่นๆที่ได้คะแนนลำดับถัดมา ได้แก่ Facebook, green และ Googleganger ซึ่งผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับคำเหล่านี้ในโอกาสต่อไปครับ
Posted by
surasit_joe
at
15:52
0
comments
05 January 2008
ธ เสด็จสู่ห้วงสรวงสวรรค์
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า surasit_joe
Posted by
surasit_joe
at
14:14
0
comments
29 December 2007
อยากรู้ไหม ใครจะเป็นนายก?
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ _/\_ ท่านผู้อ่านที่รักของผมทุกท่าน
เมื่อการเลือกตั้งได้ผ่านไปแล้ว ประชาชนคนไทยต่างหวังให้ประเทศชาติมีความสงบสุข เศรษฐกิจดี ชีวิตความเป็นอยู่จะไม่ลำบากอย่างที่ผ่านมา ตัวผมเองก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ
ถึงแม้หลายคนจะบอกว่าเบื่อการเมือง แต่การเมืองก็เป็นเรื่องของทุกคน เพราะทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากการเมือง ถ้าเราได้นักการเมืองที่มีความสามารถมาบริหารประเทศ ประเทศชาติจะพัฒนา ประชาชนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นตามลำดับ
การที่พรรคพลังประชาชนได้รับการเลือกตั้งเข้ามาถึง 233 เสียง ผมถือว่าเป็นชัยชนะอย่างถล่มทลาย (Landslide victory) เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งก็ตาม (ขาดไป 8 เสียง) แต่ในสภาพการเป็นพรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นหลังพรรคไทยรักไทยถูกยุบ อดีตส.ส.ระดับผู้บริหารพรรคจำนวน 111 คน ไม่สามารถมาร่วมทำงานการเมืองได้ รวมทั้งอดีตส.ส.อีกจำนวนมากก็ย้ายไปอยู่พรรคอื่น นอกจากนี้ยังถูกสกัดกั้นจากหลายฝ่ายอย่างเปิดเผยและอย่างลับๆอีก การที่พรรคพลังประชาชนได้ส.ส.มาจำนวนเท่านี้ ก็ถือได้ว่าเป็นชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว!
อย่างไรก็ตาม หลังจากการเลือกตั้งผ่านไปถึง 5 วันแล้ว เราก็ยังไม่รู้ว่าใครจะได้เป็นนายกฯ พรรคใดจะได้เป็นรัฐบาล เหตุใดจึงตกลงกันไม่ได้เสียที?
ที่จริงแล้วใครจะเป็นนายกฯ ใครจะเป็นรัฐบาล คำตอบมันมีอยู่แล้วครับ..
คำตอบนี้หาไม่ยากหรอกครับ ถ้าเราเข้าใจการเมืองตามความเป็นจริง และศิลปการต่อรอง
นักการเมืองทุกคนอยากเป็นรัฐบาล และอยากเป็นนานๆด้วย! นี่คือความเป็นจริงทางการเมือง
ทำอย่างไรล่ะถึงจะได้เป็นรัฐบาล และอยู่ได้นานๆ นี่คือคำถามในหัวสมองนักการเมืองทุกคนในเวลานี้ ไม่เชื่อไปถามคุณบรรหารดูได้ อิ อิ
ดังนั้นไม่ต้องคิดมากหรอกว่าบรรดาพรรคขนาดกลางทั้งหลาย เขาอยากไปอยู่กับใคร?
ระหว่างรัฐบาล 315 เสียง (รวมกับพรรคพลังประชาชน) กับ รัฐบาล 247 เสียง (รวมกับพรรคประชาธิปัตย์)
รัฐบาลแบบไหนล่ะที่มีความมั่นคง อยู่ได้นานมากกว่า?
แต่ไอ้ที่ทำยึกยัก จะรักกับใคร (ตามเพลงของยุ้ย ญาติเยอะ:) นั่นมันคือ ศิลปการต่อรอง
รัฐบาล 247 เสียง โดยทุกพรรคต้องจับมือประสานใจ ใจถึงใจ รวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์นั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว มังกรการเมืองทุกตัว เอ้ย ทุกคนย่อมรู้ดี แต่ที่ทำท่าทีหนุนพรรคประชาธิปัตย์นั้น ก็เพื่อให้พรรคพลังประชาชนวิตกกังวล จนต้องยอมมอบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงดีๆให้แค่นั้นเอง
ดังนั้นผมจึงขอฟันธงว่า พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นรัฐบาล 315 เสียง และคุณสมัคร สุนทรเวช จะเป็นนายกรัฐมนตรีครับ!!
Posted by
surasit_joe
at
08:59
2
comments
